โอนเงินผิดบัญชีทำอย่างไร: ติดต่อธนาคาร เก็บหลักฐาน และขอเงินคืน
ขั้นตอนเมื่อพิมพ์เลขผิด เลือกผู้รับผิด หรือได้รับเงินจากคนไม่รู้จัก พร้อมอธิบายบทบาทของธนาคารและความต่างระหว่างโอนผิดกับถูกหลอกโอนเงิน
ปรับปรุงล่าสุด 19 สิงหาคม ค.ศ. 2026

เมื่อโอนเงินผิด ให้เริ่มจากติดต่อธนาคารที่ใช้ส่งเงินทันที ไม่ควรพยายามดึงเงินกลับเอง ติดต่อผู้รับด้วยการข่มขู่ หรือโอนเงินเพิ่มเพื่อแลกกับคำสัญญาว่าจะคืนยอดเดิม เก็บหลักฐานรายการไว้และให้ธนาคารตรวจสอบตามกระบวนการ
ก่อนดำเนินการ ให้แยกเหตุการณ์ให้ถูกประเภท
- โอนผิด คือผู้โอนตั้งใจทำรายการเอง แต่กรอกหมายเลขผิด เลือกผู้รับผิด หรือใส่จำนวนเงินผิด
- ถูกหลอกโอน คือมีผู้ใช้เรื่องเท็จ ปลอมตัว ส่งลิงก์ ควบคุมเครื่อง หรือชักจูงให้โอน เหตุลักษณะนี้ต้องรีบแจ้งเป็นภัยการเงิน ไม่ควรรอขั้นตอนขอคืนเงินแบบโอนผิด
- รายการที่ไม่ได้ทำเอง เช่น ไม่เคยกดยืนยันแต่เงินออกจากบัญชี ต้องแจ้งธนาคารว่าเป็นรายการที่ไม่ได้รับอนุญาต เพื่อให้ตรวจสอบคนละกระบวนการกับการพิมพ์ผิด
ถ้าเราเป็นคนโอนผิด
แนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทยให้เริ่มดังนี้
- ติดต่อธนาคารต้นทางผ่านเบอร์ สาขา หรือช่องทางทางการ แจ้งว่าเป็นการโอนผิดบัญชีหรือผิดจำนวน
- ถามรายการเอกสารที่ธนาคารต้องใช้ เพราะแต่ละธนาคารและช่องทางอาจขอข้อมูลต่างกัน
- เตรียมวันเวลา จำนวนเงิน ช่องทางที่ใช้ เลขอ้างอิง และ e-slip หรือใบบันทึกรายการจากตู้
- ขอหมายเลขรับเรื่องและระยะเวลาดำเนินการโดยประมาณ แล้วเก็บบันทึกการติดต่อไว้
- ให้ธนาคารประสานกับบัญชีปลายทางเพื่อขอความยินยอมคืนเงิน
อย่าเผยแพร่ชื่อ เลขบัญชี หรือข้อมูลส่วนตัวของผู้รับลงสื่อสังคมออนไลน์เพื่อกดดัน เพราะอาจกระทบคนที่ไม่เกี่ยวข้องและทำให้ข้อมูลการเงินรั่วไหล
ทำไมธนาคารจึงไม่ดึงเงินกลับทันที
เมื่อผู้ใช้ยืนยันการโอนแล้ว เงินเข้าบัญชีปลายทางตามคำสั่ง ธนาคารไม่มีอำนาจนำเงินออกจากบัญชีผู้รับเองเพียงเพราะผู้โอนแจ้งว่าทำผิด ต้องได้รับความยินยอมจากผู้รับหรือมีคำสั่งตามกฎหมาย
หากผู้รับยินยอม ธนาคารจะดำเนินการคืนเงินตามขั้นตอน หากติดต่อไม่ได้หรือไม่ยินยอม ธนาคารอาจออกหลักฐานการประสานงานให้ผู้โอนนำไปแจ้งความ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการและขอคำสั่งทางกฎหมายต่อไป ผลลัพธ์และระยะเวลาจึงไม่รับประกันว่าจะได้เงินคืนครบหรือทันที
ถ้ามีเงินจากคนไม่รู้จักเข้าบัญชีเรา
อย่าใช้เงินและอย่าโอนคืนตามเลขบัญชีที่บุคคลแปลกหน้าส่งมา ให้ติดต่อธนาคารของตนเองเพื่อตรวจสอบก่อน หากธนาคารยืนยันว่าเป็นการโอนผิด ให้ความยินยอมให้ธนาคารจัดการคืนผ่านกระบวนการที่ตรวจสอบได้
มิจฉาชีพอาจอ้างว่าโอนผิดแล้วขอให้ส่งต่อไปยังอีกบัญชีหนึ่ง การทำตามอาจทำให้บัญชีของเรากลายเป็นทางผ่านของเงินที่มีปัญหา แม้ชื่อหรือจำนวนเงินที่อีกฝ่ายบอกจะตรงกับรายการ ก็ยังควรให้ธนาคารตรวจสอบแทนการโอนเอง
เงินที่เข้าผิดไม่ใช่เงินของผู้รับ การนำไปใช้หรือเพิกเฉยหลังทราบข้อเท็จจริงอาจนำไปสู่ข้อพิพาทหรือการดำเนินคดี ควรเก็บยอดนั้นไว้โดยไม่เคลื่อนไหวจนกว่าธนาคารหรือเจ้าหน้าที่จะแจ้งขั้นตอน
หากไม่ใช่ “โอนผิด” แต่เป็นมิจฉาชีพ
หากถูกหลอกให้โอน ถูกสวมรอย หรือพบรายการที่ไม่ได้ทำเอง ให้บอกธนาคารตามข้อเท็จจริงว่าเป็นเหตุภัยการเงิน ไม่ควรแจ้งเพียงว่าโอนผิด เพราะเส้นทางรับเรื่องและการประสานบัญชีเสี่ยงต่างกัน
ให้หยุดติดต่อมิจฉาชีพ เก็บแชต สลิป เบอร์โทร URL และข้อมูลบัญชีทั้งหมด จากนั้นทำตามขั้นตอนเมื่อถูกหลอกโอนเงิน ซึ่งรวมช่องทาง AOC 1441 ธนาคาร และระบบแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ป้องกันก่อนกดยืนยัน
- อ่านชื่อผู้รับ ธนาคาร หมายเลขบัญชีหรือพร้อมเพย์ และจำนวนเงินบนหน้าจอสุดท้าย
- หากเป็นผู้รับใหม่หรือยอดสูง ลองโอนจำนวนน้อยและให้ผู้รับยืนยันจากยอดเงินจริงก่อน
- อย่าเชื่อภาพสลิปเพียงอย่างเดียว ให้ตรวจรายการในแอปหรือบัญชีของตน
- ตรวจ QR ว่าชื่อปลายทางตรงกับร้านค้าหรือบุคคลที่ตั้งใจจ่าย
- ลดวงเงินโอนให้เหมาะกับการใช้งานประจำ
- เก็บเบอร์แจ้งเหตุทางการของธนาคารไว้ โดยไม่อาศัยลิงก์หรือเบอร์จากผู้ติดต่อ
อ่านวิธีตรวจหมายเลข ชื่อผู้รับ และคำขอชำระเงินเพิ่มเติมในคู่มือพร้อมเพย์ หากอีกฝ่ายอ้างผลตอบแทนหรือการลงทุน ให้ตรวจสัญญาณหลอกลงทุนก่อนส่งเงิน
บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ขั้นตอน เอกสาร และผลการติดตามเงินขึ้นอยู่กับธนาคาร ข้อเท็จจริง และคำสั่งของเจ้าหน้าที่ในแต่ละกรณี
แหล่งข้อมูล
- bot.or.th — ขั้นตอนทางการเมื่อโอนเงินผิดหรือได้รับเงินโอนผิด ซึ่งปรับปรุงล่าสุดในเดือนกันยายน 2568 (เข้าถึงเมื่อ 19 สิงหาคม ค.ศ. 2026)
- bot.or.th — การแจ้งเหตุภัยการเงินผ่านธนาคารหรือ AOC และการจัดการบัญชีเสี่ยงในระบบธนาคาร (เข้าถึงเมื่อ 19 สิงหาคม ค.ศ. 2026)
- thaipoliceonline.go.th — ช่องทางแจ้งความออนไลน์อย่างเป็นทางการสำหรับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (เข้าถึงเมื่อ 19 สิงหาคม ค.ศ. 2026)