ปรับโครงสร้างหนี้: เตรียมข้อมูลและประเมินข้อเสนอก่อนตกลง

แนวทางติดต่อเจ้าหนี้เมื่อเริ่มจ่ายไม่ไหว เตรียมข้อมูลรายรับรายจ่าย ทำความเข้าใจทางเลือก และตรวจเงื่อนไขใหม่ก่อนลงนามปรับโครงสร้างหนี้

ปรับปรุงล่าสุด 19 สิงหาคม ค.ศ. 2026

เปรียบเทียบภาระหนี้เดิมกับข้อเสนอปรับโครงสร้างหนี้ฉบับใหม่

การปรับโครงสร้างหนี้คือการตกลงเปลี่ยนเงื่อนไขชำระกับเจ้าหนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับความสามารถจ่ายที่เปลี่ยนไป เช่น ปรับค่างวด ระยะเวลา อัตราดอกเบี้ย หรือลำดับการชำระ การปรับเงื่อนไขไม่ได้ทำให้หนี้หายไป และไม่ได้รับประกันว่าเจ้าหนี้จะยอมรับทุกข้อเสนอ แต่การติดต่อก่อนผิดนัดมักเปิดทางเลือกได้มากกว่าการหยุดจ่ายโดยไม่สื่อสาร

มาตรการแก้หนี้ยั่งยืนของธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่าลูกหนี้ที่อยู่ในขอบเขตสามารถขอปรับโครงสร้างได้ทั้งก่อนเป็นหนี้เสียและหลังเป็นหนี้เสีย โดยเจ้าหนี้พิจารณาวิธีช่วยเหลือตามความสามารถชำระและเงินที่ต้องเหลือสำหรับดำรงชีวิต หากเป็นหนี้เสีย หน้าเดียวกันระบุว่ามีเวลาให้พิจารณาแผนอย่างน้อย 60 วันก่อนการโอนขายหนี้

ควรเริ่มเมื่อใด

อย่ารอให้ยอดค้างสะสมหรือมีหมายศาลจึงเริ่มติดต่อ สัญญาณที่ควรลงมือ ได้แก่

  • รายได้ลดลงหรือไม่แน่นอนนานกว่าที่เงินสำรองรองรับ
  • ต้องลดค่าใช้จ่ายจำเป็นเพื่อจ่ายหนี้
  • เริ่มจ่ายช้า จ่ายไม่ครบ หรือใช้วงเงินใหม่มาจ่ายหนี้เดิม
  • ค่างวดกำลังเพิ่มเพราะหมดช่วงอัตราพิเศษหรืออัตราลอยตัวปรับขึ้น
  • มีหนี้หลายก้อนจนไม่เห็นยอดรวมและวันครบกำหนดที่แท้จริง

หากได้รับหนังสือทวงถาม หมายศาล หรือเอกสารบังคับคดี ต้องตรวจวันกำหนดดำเนินการทันที การขอเจรจาไม่ได้หยุดกระบวนการทางกฎหมายโดยอัตโนมัติ ควรขอคำแนะนำด้านกฎหมายเมื่อจำเป็น

เตรียมตัวเลขก่อนคุยกับเจ้าหนี้

ข้อเสนอที่ดีต้องตั้งอยู่บนยอดที่จ่ายได้จริง ไม่ใช่ยอดที่หวังว่าจะหาได้ ให้เตรียมข้อมูลอย่างน้อยดังนี้

  1. รายชื่อเจ้าหนี้ เลขที่สัญญา ยอดเงินต้น ยอดค้าง อัตราดอกเบี้ย ค่างวด และหลักประกันของหนี้ทุกก้อน
  2. รายได้สุทธิที่ยืนยันได้ พร้อมช่วงเวลาที่คาดว่ารายได้จะลดลงหรือฟื้นตัว
  3. ค่าใช้จ่ายจำเป็นของตนและครอบครัว รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกิดทุกเดือน
  4. เงินหรือทรัพย์ที่ใช้แก้ปัญหาได้ โดยไม่ทำลายความสามารถดำรงชีวิตและหารายได้
  5. จำนวนที่จ่ายได้ต่อเดือนในกรณีฐานและกรณีรายได้แย่ลง
  6. เอกสารสนับสนุนสาเหตุ เช่น หนังสือลดเงินเดือน การสิ้นสุดสัญญาจ้าง หรือหลักฐานค่ารักษา ตามที่เจ้าหนี้ร้องขอ

ใช้แผนรายรับรายจ่ายแยกค่าใช้จ่ายจำเป็นก่อนเสนอค่างวด หากข้อเสนอทำให้เงินไม่พอใช้จนต้องกู้ใหม่ แผนนั้นยังไม่ยั่งยืน

ทางเลือกที่อาจใช้ในการเจรจา

ธปท. อธิบายรูปแบบที่ใช้ได้หลายแบบ แต่ผลจริงขึ้นอยู่กับประเภทหนี้ สัญญา ฐานะลูกหนี้ และการอนุมัติของเจ้าหนี้

  • ขยายระยะเวลา ช่วยลดค่างวด แต่โดยทั่วไปทำให้เป็นหนี้นานขึ้นและอาจเพิ่มดอกเบี้ยรวม
  • ลดอัตราดอกเบี้ยช่วงหนึ่งหรือทั้งสัญญา ช่วยให้เงินที่จ่ายตัดต้นมากขึ้น ต้องตรวจว่าอัตราหลังสิ้นสุดช่วงช่วยเหลือเป็นเท่าใด
  • พักชำระเงินต้น ลดภาระระยะสั้น แต่เงินต้นไม่ลดและภาระอาจถูกเลื่อนไปช่วงท้าย
  • พักทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เหมาะกับรายได้หยุดชั่วคราวบางกรณี แต่ต้องถามว่าดอกเบี้ยระหว่างพักถูกจัดการอย่างไรและยอดใหม่หลังพักเป็นเท่าใด
  • ปรับค่างวดแบบขั้นบันได เริ่มต่ำแล้วเพิ่มภายหลัง ใช้ได้เมื่อมีเหตุผลรองรับว่ารายได้จะฟื้น ไม่ควรตกลงเพียงเพราะค่างวดแรกดูต่ำ
  • เปลี่ยนหนี้หมุนเวียนเป็นสินเชื่อผ่อนเป็นงวด ทำให้มีวันจบชัดขึ้น แต่อาจปิดหรือลดวงเงินเดิมและต้องจ่ายตามงวดใหม่
  • รีไฟแนนซ์หรือรวมหนี้ อาจลดอัตราหรือจำนวนเจ้าหนี้ แต่ต้องรวมค่าประเมิน หลักประกัน ประกัน และค่าใช้จ่ายทำสัญญาใหม่ก่อนสรุปว่าคุ้ม
  • ปิดจบด้วยเงินก้อนตามข้อตกลง ต้องได้ยอด วันชำระ และผลการปิดบัญชีเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนโอนเงิน

ไม่มีวิธีใดดีที่สุดสำหรับทุกคน ค่างวดต่ำที่สุดอาจมีต้นทุนรวมสูงที่สุด และข้อเสนอที่ลดดอกเบี้ยมากอาจกำหนดค่างวดที่จ่ายจริงไม่ไหว

ตรวจข้อเสนอใหม่ทีละรายการ

ก่อนตอบรับ ให้ขอตารางหรือเอกสารที่ระบุ

รายการ สิ่งที่ต้องรู้
ยอดเงินต้นและยอดค้าง ตรงกับบัญชีและหลักฐานของเราหรือไม่
อัตราดอกเบี้ย ใช้อัตราใด นานเท่าใด และเปลี่ยนเมื่อใด
ค่างวดและวันครบกำหนด จ่ายไหวจริงและตรงรอบรายได้หรือไม่
ระยะเวลาและยอดชำระรวม ค่างวดลดเพราะต้นทุนลดหรือเพียงยืดเวลา
เงินที่พักหรือค้าง ถูกนำไปไว้ที่งวดท้าย กระจายใหม่ หรือคิดดอกเบี้ยอย่างไร
ค่าธรรมเนียมและหลักประกัน มีค่าใช้จ่ายใหม่หรือเพิ่มทรัพย์/ผู้ค้ำหรือไม่
ผลเมื่อผิดเงื่อนไขใหม่ อัตรา ค่าปรับ และกระบวนการติดตามเป็นอย่างไร
การรายงานข้อมูลเครดิต เจ้าหนี้จะรายงานสถานะอย่างไรและปรับข้อมูลเมื่อใด

อ่านหลักการเปรียบเทียบต้นทุนเพิ่มเติมในคู่มือดอกเบี้ยเงินกู้ และตรวจรายงานของตนจากคู่มือเครดิตบูโร การปรับโครงสร้างอาจถูกรายงานตามข้อเท็จจริง จึงควรถามเจ้าหนี้โดยตรงแทนการตีความรหัสจากบทความเก่า

วิธีติดต่อและเก็บหลักฐาน

ติดต่อเจ้าหนี้ผ่านหมายเลขหรือช่องทางที่ตรวจสอบได้ แจ้งเลขสัญญา สาเหตุ ผลกระทบ ระยะเวลาที่คาด และยอดที่เสนอจ่าย ขอหมายเลขรับเรื่อง ชื่อหน่วยงาน วันที่ และสรุปข้อเสนอทุกครั้ง หากคุยทางโทรศัพท์ให้ขอเอกสารยืนยันก่อนชำระหรือลงนาม

อย่าโอนเงินให้บุคคลที่อ้างว่าสามารถลบข้อมูลเครดิต รับรองส่วนลด หรือเร่งให้จ่ายเข้าบัญชีส่วนตัว หากติดต่อเจ้าหนี้แล้วไม่ได้รับทางออก สามารถตรวจช่องทางช่วยเหลือด้านหนี้ของ ธปท. และคุณสมบัติของโครงการต่าง ๆ จากหน้าทางการ ณ วันที่ขอความช่วยเหลือ เพราะชื่อโครงการ เกณฑ์ ยอดหนี้ อัตรา และระยะเวลารับสมัครเปลี่ยนได้

หลังตกลงแล้ว ให้เก็บสัญญาใหม่ ตารางชำระ และหลักฐานทุกงวด หากสถานการณ์แย่ลงอีกควรติดต่อเจ้าหนี้ทันที ไม่ควรหยุดจ่ายหรือก่อหนี้เพิ่มโดยไม่ทบทวนแผน

บทความนี้เป็นแนวทางเตรียมเจรจา ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือการรับรองว่าเจ้าหนี้จะอนุมัติข้อเสนอ

แหล่งข้อมูล

  1. bot.or.th — วิธีประเมินจำนวนและระยะเวลาที่จ่ายไหว พร้อมผลของทางเลือกปรับโครงสร้างแต่ละแบบ (เข้าถึงเมื่อ 19 สิงหาคม ค.ศ. 2026)
  2. bot.or.th — มาตรการปัจจุบันสำหรับการแก้หนี้ก่อนและหลังเป็นหนี้เสีย รวมถึงช่องทางความช่วยเหลือ (เข้าถึงเมื่อ 19 สิงหาคม ค.ศ. 2026)
  3. bot.or.th — ขั้นตอนเริ่มติดต่อเจ้าหนี้ รูปแบบการปรับเงื่อนไข และรายการที่ต้องตรวจในสัญญาใหม่ (เข้าถึงเมื่อ 19 สิงหาคม ค.ศ. 2026)
  4. bot.or.th — ช่องทางติดต่อขอความช่วยเหลือด้านหนี้จากหน่วยงานและผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง (เข้าถึงเมื่อ 19 สิงหาคม ค.ศ. 2026)

แชร์บทความ