เงินสำรองฉุกเฉิน: ความสำคัญ จำนวนที่ควรมี และวิธีการเก็บ

ทำความเข้าใจวัตถุประสงค์ของเงินสำรองฉุกเฉิน วิธีประเมินจำนวนตามค่าใช้จ่ายของตนเอง และรูปแบบการเก็บที่เข้าถึงง่าย ตามแนวทางจากธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารออมสิน

ปรับปรุงล่าสุด 17 กรกฎาคม ค.ศ. 2026

ภาพประกอบเรขาคณิตของเงินสำรองฉุกเฉินกับกระปุกออมสินและเสาแสดงจำนวนเท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน

เงินสำรองฉุกเฉินคืออะไร?

เงินสำรองฉุกเฉินคือเงินออมที่ตั้งใจเก็บไว้สำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น การเจ็บป่วย ตกงาน หรือค่าใช้จ่ายเร่งด่วนอื่นๆ โดยควรแยกเก็บไว้ในบัญชีที่เข้าถึงได้ง่ายและมีความเสี่ยงต่ำ ธปท. ระบุว่าการออมเผื่อกรณีฉุกเฉินควรเก็บในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์

ควรประเมินจำนวนเงินสำรองฉุกเฉินจากอะไร?

จำนวนเงินสำรองฉุกเฉินควรคำนวณจาก ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อเดือน ของตนเอง ตามแนวทางของธนาคารออมสิน โดยแบ่งตามลักษณะอาชีพ:

  • มนุษย์เงินเดือน: ควรมีเงินสำรองฉุกเฉิน 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน เนื่องจากมีรายได้ที่แน่นอน เช่น หากค่าใช้จ่ายต่อเดือน 10,500 บาท ควรมีเงินสำรอง 31,500 – 63,000 บาท
  • ฟรีแลนซ์/รายได้ไม่แน่นอน: ควรมีเงินสำรองฉุกเฉิน 6-12 เท่าของค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน เพื่อรองรับช่วงที่ไม่มีรายได้ เช่น หากค่าใช้จ่ายต่อเดือน 15,000 บาท ควรมีเงินสำรอง 90,000 – 180,000 บาท

ธนาคารออมสิน ยังแนะนำให้เริ่มจากจดรายการค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ค่าที่อยู่อาศัย ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล และหนี้สินต่างๆ เพื่อให้ทราบยอดที่แน่นอน

ควรเก็บเงินสำรองฉุกเฉินในรูปแบบใด?

เงินสำรองฉุกเฉินต้องมี สภาพคล่องสูง กล่าวคือสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทันทีเมื่อจำเป็น โดยไม่ขาดทุนเงินต้น ธปท. และธนาคารออมสิน แนะนำให้เก็บใน:

  • บัญชีเงินฝากออมทรัพย์: ถอนได้ตลอดเวลา แม้ได้ดอกเบี้ยต่ำ แต่ปลอดภัยและเข้าถึงง่าย
  • กองทุนรวมตลาดเงิน หรือกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น: มีสภาพคล่องสูงและความเสี่ยงต่ำ (แต่ควรศึกษาข้อมูลก่อน)

ธปท. เน้นว่าควรแยกบัญชีเงินสำรองฉุกเฉินออกจากบัญชีเงินเดือนหรือบัญชีใช้จ่ายประจำเพื่อป้องกันการใช้ผิดวัตถุประสงค์

ข้อควรระวัง

  • หลีกเลี่ยงการนำเงินสำรองฉุกเฉินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงหรือสภาพคล่องต่ำ เช่น หุ้นหรืออสังหาริมทรัพย์
  • ควรทบทวนจำนวนเงินสำรองทุกครั้งที่ค่าใช้จ่ายหรือสถานะทางการเงินเปลี่ยนแปลง
  • ตามข้อมูลของธปท. การออมในบัญชีออมทรัพย์อาจสูญเสียอำนาจซื้อจากเงินเฟ้อ แต่สำหรับเงินฉุกเฉิน ความพร้อมใช้งานสำคัญกว่าผลตอบแทน

สรุป

เงินสำรองฉุกเฉินคือพื้นฐานสำคัญของความมั่นคงทางการเงิน ควรมีอย่างน้อย 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน สำหรับพนักงานประจำ และ 6-12 เท่า สำหรับฟรีแลนซ์ เก็บในที่ที่เข้าถึงได้ทันที เช่น บัญชีออมทรัพย์ และไม่ควรนำไปเสี่ยงลงทุนเพื่อผลตอบแทนสูง ตามแนวทางของธปท. และธนาคารออมสิน

แหล่งข้อมูล

  1. bot.or.th — แนวทางตั้งเป้าหมายและเลือกวิธีเก็บเงินออมอย่างเหมาะสม (เข้าถึงเมื่อ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 2026)
  2. bot.or.th — แนวทางสำรวจรายรับรายจ่ายและวางแผนเงินให้พอใช้ในแต่ละเดือน (เข้าถึงเมื่อ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 2026)
  3. pantip.com — ตัวอย่างความคิดเห็นเกี่ยวกับขนาดเงินสำรองฉุกเฉินตามช่วงวัย (เข้าถึงเมื่อ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 2026)
  4. gsb.or.th — คำแนะนำให้เก็บเงินฉุกเฉินในสินทรัพย์ที่สภาพคล่องสูงและความเสี่ยงต่ำ (เข้าถึงเมื่อ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 2026)

แชร์บทความ