เครดิตบูโรคืออะไร? ข้อมูลสำคัญที่ผู้กู้ทุกคนควรรู้

ทำความรู้จักเครดิตบูโร ศูนย์กลางข้อมูลเครดิต ข้อมูลที่ถูกจัดเก็บ วิธีการตรวจสอบประวัติเครดิตด้วยตนเอง และขั้นตอนแก้ไขเมื่อพบข้อมูลไม่ถูกต้อง

ปรับปรุงล่าสุด 17 กรกฎาคม ค.ศ. 2026

เครดิตบูโรคืออะไร? การตรวจสอบประวัติเครดิตด้วยตนเองและขั้นตอนแก้ไขข้อมูลไม่ถูกต้อง

เครดิตบูโรคืออะไร?

เครดิตบูโร หรือชื่อทางการว่า บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) คือศูนย์กลางที่รวบรวมข้อมูลบัญชีสินเชื่อและประวัติการชำระหนี้ของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลจากสถาบันการเงินและบริษัทที่เป็นสมาชิก (source: ธปท.) โดยเปรียบเสมือน “ประวัติการใช้เครดิต” ที่สะท้อนพฤติกรรมการก่อหนี้และการชำระหนี้ของแต่ละคน

ข้อมูลอะไรบ้างที่ถูกจัดเก็บ?

ข้อมูลในเครดิตบูโรแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก (source: ธปท.):

  1. ข้อมูลบ่งชี้ตัวตน เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขที่บัตรประชาชน วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ที่แจ้งไว้กับสถาบันการเงิน (ไม่มีการจัดเก็บหมายเลขโทรศัพท์)
  2. ข้อมูลสินเชื่อและประวัติการชำระหนี้ แยกรายบัญชี ได้แก่
    • จำนวนบัญชีสินเชื่อทั้งหมด
    • ประเภทสินเชื่อและเลขที่บัญชี
    • ชื่อผู้ให้สินเชื่อ
    • วงเงินที่ได้รับอนุมัติและวงเงินที่ใช้ไป
    • สถานะบัญชี (ปกติ, ปิดบัญชี, พักชำระหนี้, ค้างชำระ ฯลฯ)
    • ประวัติการชำระหนี้ (ตรงเวลา ล่าช้า หรือผิดนัด)
    • วันที่เปิดบัญชี วันที่ชำระล่าสุด วันที่ปิดบัญชี และวันที่ปรับปรุงโครงสร้างหนี้

นอกจากนี้ รหัสสถานะบัญชีที่มักพบ เช่น 10 (บัญชีปกติ), 11 (ปิดบัญชีแล้ว), 12 (เคยพักชำระหนี้ตามมาตรการ), 20 (ค้างชำระเกิน 90 วัน) ซึ่งสามารถตีความร่วมกับรายละเอียดอื่นในรายงาน (source: สมหวัง เงินสั่งได้)

ใครนำข้อมูลไปใช้?

สถาบันการเงินและบริษัทสมาชิกของเครดิตบูโรใช้ข้อมูลเครดิตเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ บัตรเครดิต หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น โดยจะดูประกอบกับปัจจัยอื่น เช่น รายได้ ความสามารถในการชำระหนี้ อาชีพ และหลักประกัน (source: ธปท.) ผู้ที่มีประวัติชำระหนี้ดีมีแนวโน้มได้รับสินเชื่อในอัตราที่เหมาะสม

ผู้บริโภคตรวจสอบข้อมูลของตนเองได้อย่างไร?

ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรของตนเองได้หลายช่องทาง:

  • ด้วยตนเองที่ศูนย์เครดิตบูโร โดยนำบัตรประชาชนตัวจริงไปแสดง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นตรวจแทน (source: สมหวัง เงินสั่งได้)
  • ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ซึ่งให้บริการตรวจสอบเครดิตบูโรแบบสรุปฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย (source: ทางรัฐ)
  • กรณีถูกปฏิเสธสินเชื่อ สามารถขอตรวจเครดิตบูโรฟรีได้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ในหนังสือแจ้งปฏิเสธ

ควรทำอย่างไรเมื่อพบข้อมูลที่อาจไม่ถูกต้อง?

หากพบว่าข้อมูลในเครดิตบูโรไม่ถูกต้องหรือไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ควรดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้:

  1. แจ้งสถาบันการเงินเจ้าหนี้ ที่เป็นผู้ส่งข้อมูลให้ตรวจสอบและแก้ไข (source: ธปท.)
  2. ยื่นคำขอตรวจสอบและขอแก้ไขข้อมูลกับเครดิตบูโร โดยตรงที่ศูนย์เครดิตบูโร
  3. หากไม่เห็นด้วยกับผลการตรวจสอบ และมีข้อโต้แย้งที่หาข้อยุติไม่ได้ สามารถบันทึกข้อโต้แย้ง ไว้ในระบบฐานข้อมูลของเครดิตบูโร
  4. มีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งสิทธิ

ทั้งนี้ หากข้อมูลถูกต้องตามข้อเท็จจริงแล้ว จะไม่สามารถลบหรือแก้ไขได้ ยกเว้นกรณีที่กฎหมายกำหนด เช่น พ้นระยะเวลาจัดเก็บข้อมูล (source: สมหวัง เงินสั่งได้)

ข้อควรรู้เพิ่มเติม

  • การติดเครดิตบูโรไม่ได้ทำให้กู้ไม่ผ่าน เพราะเครดิตบูโรมีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลเท่านั้น ส่วนการอนุมัติสินเชื่อขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงิน (source: สมหวัง เงินสั่งได้)
  • การหมั่นตรวจสอบประวัติเครดิตของตนเองเป็นประจำช่วยให้วางแผนการเงินและเตรียมตัวขอสินเชื่อได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

อ้างอิง:

แหล่งข้อมูล

  1. bot.or.th — คำอธิบายหน้าที่ของเครดิตบูโรและข้อมูลสินเชื่อที่จัดเก็บ (เข้าถึงเมื่อ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 2026)
  2. somwang.co.th — ข้อมูลความสำคัญของประวัติเครดิตต่อการพิจารณาสินเชื่อ (เข้าถึงเมื่อ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 2026)
  3. thangrath.go.th — ข้อมูลช่องทางตรวจสอบเครดิตบูโรผ่านแอปทางรัฐ (เข้าถึงเมื่อ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 2026)

แชร์บทความ